ชุดความรู้เกี่ยวกับ Parts Of Speech ในภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่เริ่มต้น

คุณกำลังพบปัญหาในการแยกแยะประเภทของคำในภาษาอังกฤษหรือไม่? บทความนี้จะช่วยคุณแก้ไขปัญหานั้น! เราจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับ 9 Parts Of Speech (ประเภทของคำ) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งในประโยค ลักษณะที่สังเกตได้และแบบฝึกหัด มาสำรวจกันเลย!

Parts Of Speech
Parts Of Speech

I. Parts Of Speech (ประเภทของคำ) ในภาษาอังกฤษคืออะไร?

ประเภทของคำในภาษาอังกฤษเข้าใจได้ว่าเป็นกลุ่มคำศัพท์ที่มีลักษณะเหมือนกัน ซึ่งสามารถระบุได้จากโครงสร้างของคำ

ประเภทของคำในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม (5 กลุ่มหลัก: คำนาม, คำกริยา, คำคุณศัพท์, คำกริยาบุพบท และ 4 กลุ่มเสริม: คำสรรพนาม, คำกำหนด, คำสันธาน, คำอุทาน)

II. 9 Parts Of Speech (ประเภทของคำ) ในภาษาอังกฤษ

1. คำนาม (Noun)

คำนาม (Noun) เป็นคำที่ใช้เรียกคน, สิ่งของ, สถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ๆ
ตัวอย่าง: chair (เก้าอี้), dog (สุนัข), park (สวนสาธารณะ), diary (สมุดบันทึก)…

ตำแหน่งของคำนาม

  • อยู่หลังคำคุณศัพท์/คำขยายครอบครอง (his, her, their, your, my, its).

ตัวอย่าง: This is his phone. (นี่คือโทรศัพท์ของเขา).

  • อยู่หลังกริยาในฐานะกรรมของประโยค (object).

ตัวอย่าง: She found the keys. (เธอหากุญแจเจอ).

  • อยู่หลังบทความ “the, a, an”, สรรพนามชี้เฉพาะ “this, that, these, those”.

ตัวอย่าง: She bought a new car. (เธอซื้อรถใหม่).

  • อยู่หลังคำบุพบทบอกที่ตั้ง (in, on, at, under,…).

ตัวอย่าง: He placed the phone on the counter. (เขาวางโทรศัพท์ไว้บนเคาน์เตอร์).

  • อยู่หลัง a few, any, some, every, enough, little, a little, all, each,…

ตัวอย่าง: Have you seen any problems? (คุณเห็นปัญหาใดๆ ไหม?)

สัญญาณให้รู้จักคำนามในภาษาอังกฤษ

คำต่อท้าย ตัวอย่างเช่น
-tion Creation (การสร้าง), reaction (ปฏิกิริยา)
-ess Gladness (ความยินดี), harshness (ความรุนแรง)
-ment Agreement (ข้อตกลง), replacement (การแทนที่)
-sion Expression (การแสดงออก), invasion (การรุกราน)
-ce Assistance (การช่วยเหลือ), silence (ความเงียบ)
-ity Ability (ความสามารถ), clarity (ความชัดเจน)
-er/or Designer (นักออกแบบ), visitor (ผู้เยี่ยมชม)
-ship Leadership (ความเป็นผู้นำ), relationship (ความสัมพันธ์)
-ism Optimism (ความเชื่อมั่น), realism (ความเป็นจริง)
-ture Structure (โครงสร้าง), fracture (การหัก)
-phy Geography (ภูมิศาสตร์), biophy (ชีวฟิสิกส์)
-logy Biology (ชีววิทยา), technology (เทคโนโลยี)
-hood Childhood (วัยเด็ก), manhood (วัยผู้ใหญ่)
-an/ian Musician (นักดนตรี), librarian (บรรณารักษ์)
-itude Attitude (ทัศนคติ), latitude (ละติจูด)
-ic Physics (ฟิสิกส์), logic (ตรรกะ)
-age Package (แพ็คเกจ), damage (ความเสียหาย)
-th Strength (ความแข็งแกร่ง), length (ความยาว)

2. คำกริยา (Verb)

คำกริยา: คำที่ใช้แสดงถึงการกระทำหรือสถานะของบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ใดๆ.

ตำแหน่งในประโยค: อยู่หลังประธาน (Subject) และตามหลังคำบ่งบอกความถี่.

  • ตำแหน่งหลังประธาน

ตัวอย่าง: I love to read books. (ฉันชอบอ่านหนังสือ).

  • ตำแหน่งหลังคำบ่งบอกความถี่ (always, often, usually,…)

ตัวอย่าง: She usually writes emails in the morning. (เธอมักเขียนอีเมลในตอนเช้า).

รายการคำต่อท้ายของคำกริยาที่พบบ่อย:

คำต่อท้าย ตัวอย่างคำ
-ize จัดระเบียบ (Organize), ทำให้มั่นคง (stabilize), มองเห็นในใจ (visualize)
-en ทำให้นุ่ม (Soften), ทำให้สั้นลง (shorten), ทำให้สว่างขึ้น (brighten)
-ate เปิดใช้งาน (Activate), ควบคุม (regulate), ล่อใจ (captivate)
-ify เพิ่มความดัง (Amplify), ทำให้บริสุทธิ์ (purify), ทำให้กลัว (terrify)
คำกริยา (Verb)
คำกริยา (Verb)

3. คำคุณศัพท์ (Adjective)

คำคุณศัพท์: คำที่บอกลักษณะ, สมบัติของบุคคล, สิ่งของ หรือปรากฏการณ์

ตำแหน่งในประโยค: อยู่หน้าคำนาม, หลังกริยาเชื่อม (am/is/are)

  • ใช้เพื่อขยายคำนาม

ตัวอย่าง: I purchased a stylish coat (ฉันซื้อเสื้อโค้ทที่มีสไตล์)

  • ใช้เพื่อขยายกริยาเชื่อม

ตัวอย่าง: She is very talented in art (เธอมีความสามารถในการวาดภาพอย่างมาก)

  • อยู่หลังคำกริยาบุพบท (ที่ลงท้ายด้วย -ly)

ตัวอย่าง: This cake is incredibly sweet (เค้กชิ้นนี้หวานมาก)

  • หลังคำคุณศัพท์ที่บ่งบอกระดับ (very, enough, too,…)

ตัวอย่าง: The movie was too scary (หนังเรื่องนั้นน่ากลัวเกินไป)

  • หลังกริยาบ่งบอกความรู้สึกหรือประสาทสัมผัส look, seem, sound, feel, taste, appear,…

ตัวอย่าง: The air feels fresh today (อากาศวันนี้รู้สึกสดชื่น)

คำต่อท้ายที่พบบ่อยของคำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ:

คำต่อท้าย ตัวอย่างคำ
-ful Helpful (ช่วยเหลือ), peaceful (สงบ), hopeful (มีความหวัง)
-ed Excited (ตื่นเต้น), amazed (ประหลาดใจ), relaxed (ผ่อนคลาย)
-al Natural (ธรรมชาติ), personal (ส่วนตัว), universal (ทั่วไป)
-less Careless (ไม่ระมัดระวัง), endless (ไม่มีที่สิ้นสุด), tireless (ไม่เหนื่อย)
-able Adorable (น่ารัก), sustainable (ยั่งยืน), understandable (เข้าใจได้)
–ive Progressive (ก้าวหน้า), massive (มากมาย), responsive (ตอบสนองได้ดี)
-ic Organic (อินทรีย์), classic (คลาสสิค), panoramic (ทัศนียภาพกว้าง)
-ish Foolish (โง่), childish (เด็กๆ), stylish (มีสไตล์)
-y Cloudy (มีเมฆ), sunny (แดดจัด), noisy (เสียงดัง)

4. คำกริยาบุพบท (Adverb)

คำกริยาบุพบทคือประเภทของคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออธิบายสถานะหรือสภาพ, ช่วยขยายความกริยาหรือคำคุณศัพท์ในประโยค

ตัวอย่าง: rapidly (อย่างรวดเร็ว), proficiently (อย่างชำนาญ), engagingly (อย่างน่าสนใจ),…

ตำแหน่งของคำกริยาบุพบท:

  • คำกริยาบุพบทที่บ่งบอกความถี่: often, always, usually, seldom,… อยู่หลังกริยาเชื่อมและก่อนกริยา

ธรรมดา ตัวอย่าง: I usually wake up late on Sundays (ฉันมักจะตื่นสายในวันอาทิตย์)

  • อยู่ระหว่างกริยาช่วยและกริยาธรรมดา

ตัวอย่าง: The students have recently passed the exams (นักเรียนผ่านการสอบเมื่อเร็วๆ นี้)

  • อยู่หลังกริยาเชื่อม to be/seem/look/feel/appear/sound… และก่อนคำคุณศัพท์

ตัวอย่าง: She seems extremely pleased with the results (เธอดูพอใจกับผลลัพธ์มาก)

  • อยู่หลัง “too” ตัวอย่าง: He talks too softly (เขาพูดเบาเกินไป)
  • อยู่ก่อน “enough”

ตัวอย่าง: She walked fast enough to be on time (เธอเดินเร็วพอที่จะทันเวลา)

  • ใช้ในโครงสร้าง so…that

ตัวอย่าง: The scene was so stunning that everyone was amazed (ทัศนียภาพนั้นสวยงามจนทุกคนต้องทึ่ง)

ลักษณะเด่นของคำกริยาบุพบท:

คำวิเศษณ์ต่อท้าย ตัวอย่างเช่น
–ly Beautifully (อย่างสวยงาม), carefully (อย่างระมัดระวัง), badly (อย่างไม่ดี)
–ward Downwards (ลงไป), homeward (กลับบ้าน), upwards (ขึ้นไป)
–wise Anti-clockwise (ทวนเข็มนาฬิกา), clockwise (ตามเข็มนาฬิกา), lengthwise (ตามยาว)
คำกริยาบุพบท (Adverb)
คำกริยาบุพบท (Adverb)

5. คำบุพบท (Preposition)

คำบุพบท: คำที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องระหว่างสิ่งต่างๆ หรือเหตุการณ์

ตำแหน่ง:

  • อยู่หลังคำคุณศัพท์, กริยาปกติ, ระหว่างกริยาเชื่อมและคำนาม
  • หลังคำคุณศัพท์
    • ตัวอย่าง: I am keen on English (ฉันชอบภาษาอังกฤษมาก)
  • ระหว่างกริยาเชื่อมและคำนาม
    • ตัวอย่าง: The building is next to the hotel (ตึกอยู่ติดกับโรงแรม)
  • หลังกริยาปกติ
    • ตัวอย่าง: He loves sitting at the front seat (เขารักการนั่งที่นั่งหน้า)

ประเภทของคำบุพบทในภาษาอังกฤษ:

  • คำบุพบทบ่งชี้เวลา:
คำบุพบทบ่งชี้เวลา คำแปลภาษาไทย
On ในวัน (ตัวอย่าง: On 6th September)
At ณ เวลา (ตัวอย่าง: At 8:00 o’clock)
Before ก่อน
After หลังจาก
During ขณะที่
In ใน (ตัวอย่าง: In the 21st century)
Through ตลอด (ตัวอย่าง: They worked the whole day through)
  • คำบุพบทบ่งชี้สถานที่:
คำบุพบทบ่งชี้สถานที่ คำแปลภาษาไทย
At ที่ (ตัวอย่าง: at the hospital)
In ที่ (ตัวอย่าง: in Vietnam)
On/Above บน (ตัวอย่าง: On the second floor)
From จาก
Along ตาม
Across ข้าม
Around รอบ ๆ
  • คำบุพบทบ่งชี้จุดประสงค์:
คำบุพบทบ่งชี้จุดประสงค์ คำแปลภาษาไทย
So as to/In order to/To เพื่อ (ตัวอย่าง: I need to study hard in order to pass the exam)
For เพื่อ (ตัวอย่าง: I bought a present for you.)
Thanks to ด้วย (ตัวอย่าง: I have slept well thanks to the medicine)
  • คำบุพบทบ่งชี้แนวทาง:
คำบุพบทบ่งชี้แนวทาง คำแปลภาษาไทย
With ด้วย (ตัวอย่าง: I play with my friends)
Without ไม่มี (ตัวอย่าง: Without him, I don’t know what to do)
According to ตามที่ (ตัวอย่าง: According to my mom, I used to be a shy kid)
In spite of แม้จะ (ตัวอย่าง: In spite of the rain, I will go to school today)
Instead of แทนที่ (ตัวอย่าง: Instead of playing games, I will study today)

6. คำสันธาน (Conjunction)

คำสันธาน: คำในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อเชื่อมคำ, วลีหรือประโยคเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประโยคที่เป็นเอกภาพ

ตัวอย่าง: Mark felt frustrated because the meeting was cancelled (มาร์ครู้สึกหงุดหงิดเพราะการประชุมถูกยกเลิก)

การจำแนกคำสันธาน:

  • คำสันธานเชื่อม:
คำสันธานเชื่อม ฟังก์ชัน ตัวอย่าง
And (และ), so (ดังนั้น), yet (แต่), but (แต่), for (เพราะ), as (เพราะ) เชื่อม 2 หรือมากกว่า 2 คำ, วลี หรือประโยคในประโยค We were hungry so we ordered a pizza. (เราหิวจึงสั่งพิซซ่ามา)
  • คำสันธานเกี่ยวข้อง:
คำสันธานเกี่ยวข้อง ฟังก์ชัน ตัวอย่าง
As long as (ตราบเท่าที่), although (แม้ว่า), before (ก่อน), after (หลัง) เชื่อมประโยคย่อยกับประโยคหลักในประโยค Although it rained, we still went to the park. (แม้ว่าจะฝนตก แต่เรายังไปสวนสาธารณะ)
  • คำสันธานขึ้นต่อ:
คำสันธานขึ้นต่อ ฟังก์ชัน ตัวอย่าง
Not only … but also … (ไม่เพียงแต่ … แต่ยัง …), either … or … (ไม่ก็ … ก็ …), neither … nor … (ไม่ … และไม่ …) ใช้เชื่อม 2 ประโยคหรือวลี Not only did she apologize, but she also offered a solution. (เธอไม่เพียงแต่ขอโทษ แต่ยังเสนอแนวทางแก้ไขด้วย)

7. คำอุทาน (Interjection)

คำอุทาน เป็นคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่อแสดงอารมณ์ของผู้พูด

ลักษณะเด่นของคำอุทาน:

  • มีเครื่องหมายตกใจ (!) ตามหลัง
  • คำอุทานที่พบบ่อย ได้แก่ Oh dear, oh my god, ouch, well,…

ตัวอย่าง: Wow! I can’t believe how fast he runs! (ว้าว! ฉันไม่เชื่อว่าเขาวิ่งเร็วแค่ไหน!)

8. คำสรรพนาม (Pronoun)

คำสรรพนาม เป็นคำในภาษาอังกฤษที่ใช้เพื่ออ้างถึงบุคคลหรือสิ่งของ เพื่อแทนที่วลีหรือคำนามที่ชัดเจนในประโยค เพื่อหลีกเลี่ยงการทำซ้ำคำนามหลายครั้งและทำให้ประโยคดูเป็นธรรมชาติขึ้น

การจำแนกคำสรรพนาม:

  • คำสรรพนามบุคคล:
คำสรรพนามบุคคล การใช้งาน ตัวอย่าง
I, You, We, They, He, She, It อ้างอิงถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล และสิ่งของ She will visit a new cafe this weekend. (เธอจะไปเยี่ยมคาเฟ่ใหม่ในสุดสัปดาห์นี้)
  • คำสรรพนามครอบครอง:
คำสรรพนามครอบครอง การใช้งาน ตัวอย่าง
Mine, yours, ours, theirs, his, hers, its ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ That smartphone is his. (สมาร์ทโฟนนั้นเป็นของเขา)
  • คำสรรพนามสะท้อนตนเอง:
คำสรรพนามสะท้อนตนเอง การใช้งาน ตัวอย่าง
Myself, yourself, themselves, itself, herself, himself ใช้เมื่อเราต้องการแสดงว่าเป็นการกระทำของตัวผู้พูดเอง He cooked himself a meal. (เขาทำอาหารให้ตัวเอง)
  • คำสรรพนามไม่เจาะจง:
คำสรรพนามไม่เจาะจง การใช้งาน ตัวอย่าง
Any, many, each, every, all, both, neither, … อ้างถึงบุคคลหรือสิ่งของที่ไม่เจาะจง Someone left their umbrella here. (มีคนทิ้งร่มไว้ที่นี่)
  • คำสรรพนามชี้แจง:
คำสรรพนามชี้แจง การใช้งาน ตัวอย่าง
This, these, that, those ใช้ชี้แจงสิ่งของหรือบุคคล I don’t like those shoes. (ฉันไม่ชอบรองเท้าคู่นั้น)
  • คำสรรพนามสัมพันธ์:
คำสรรพนามสัมพันธ์ การใช้งาน ตัวอย่าง
Who, whom, which, that, whose ใช้เชื่อมประโยคที่มีความเกี่ยวข้องกัน The man who called yesterday is my uncle. (ชายที่โทรมาเมื่อวานนั้นเป็นลุงของฉัน)

9. คำกำหนด (Determiner)

คำกำหนด ในภาษาอังกฤษคือคำที่มีหน้าที่ในการกำหนดและจำกัดคำนามหรือวลีคำนามในประโยค

การจำแนกคำกำหนด:

  • คำนำหน้านาม: A, an, the
    • ตัวอย่าง: The park we visited last week is very large. (สวนที่เราเยี่ยมชมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกว้างขวางมาก)
  • คำชี้แจง: These, this, that, those
    • ตัวอย่าง: That cake looks very tempting. (เค้กนั้นดูน่ารับประทานมาก)
  • คำกำหนดจำนวน: Any, many, a few, …
    • ตัวอย่าง: We need a few more chairs for the party. (เราต้องการเก้าอีกไม่กี่ตัวสำหรับงานปาร์ตี้)
  • คำกำหนดความเป็นเจ้าของ: My, his, her, their, …
    • ตัวอย่าง: Their garden is beautifully decorated. (สวนของพวกเขาตกแต่งอย่างสวยงาม)
คำกำหนด (Determiner)
คำกำหนด (Determiner)

III. แบบฝึกหัดเกี่ยวกับประเภทของคำในภาษาอังกฤษพร้อมคำตอบ

แบบฝึกหัดที่ 1: ระบุคำที่เป็นตัวหนาในประโยคต่อไปนี้:

  1. The cat is sleeping on the bed.
  2. I like to eat apples and bananas.
  3. The teacher explained the lesson clearly.
  4. She is very intelligent and beautiful.
  5. Wow! That was an amazing performance.

แบบฝึกหัดที่ 2: เติมคำที่เหมาะสมลงในช่องว่าง:

  1. I have a _ _ _ _ (dog/cats/bird) named Lucky.
  2. The _ _ _ _ (weather/beautiful/today) is _ _ _ _ (hot/nice/cold).
  3. She is a _ _ _ _ (doctor/nurse/teacher) at the hospital.
  4. I _ _ _ _ (go/walk/run) to school every morning.
  5. The _ _ _ _ (book/table/chair) is made of wood.

แบบฝึกหัดที่ 3: จัดเรียงคำต่อไปนี้ให้เป็นประโยคที่สมบูรณ์:

  1. the/book/interesting/is/This
  2. my/brother/is/tall/and/handsome
  3. go/to/school/I/every/day
  4. like/I/music/listen/to
  5. delicious/the/cake/is

คำตอบ:

แบบฝึกหัดที่ 1:

  1. Noun, Verb, Noun
  2. Verb, Noun, Noun
  3. Noun, Verb, Noun, Adverb
  4. Pronoun, Adverb, Adjective, Adjective
  5. Interjection, Adjective, Noun

แบบฝึกหัดที่ 2:

  1. dog
  2. weather, nice
  3. doctor
  4. walk
  5. table

แบบฝึกหัดที่ 3:

  1. This book is interesting.
  2. My brother is tall and handsome.
  3. I go to school every day.
  4. I like to listen to music.
  5. The cake is delicious.

Parts Of Speech (ประเภทของคำ) เป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างดี การทำความเข้าใจประเภทของคำช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างประโยค ใช้ภาษาอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ หวังว่าบทความนี้จะมอบความรู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวกับ 9 ประเภทของคำในภาษาอังกฤษให้กับคุณ

Rate this post
Ellie
Ellie
ฉันชื่อเอลลี - นักรบ IELTS 6.5! ด้วยความรู้ว่าการเดินทางเพื่อพิชิต IELTS นั้นยากมาก ฉันจึงอยากแบ่งปันความรู้ เอกสาร และประสบการณ์อันมีค่าทั้งหมดของฉันกับทุกคนที่รักความฝันที่จะพิชิต IELTS มา "บดขยี้" IELTS ไปด้วยกัน!

รายการบทความ

บางทีคุณอาจสนใจ

ประโยคปฏิเสธ ภาษาอังกฤษ

10+ โครงสร้างประโยคปฏิเสธภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป

0
คุณกำลังประสบปัญหาในการใช้ประโยคปฏิเสธ ภาษาอังกฤษหรือไม่? บทความนี้จะเป็นคู่มือที่มีประโยชน์สำหรับคุณ โดยให้ข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับโครงสร้างประโยคปฏิเสธที่พบบ่อยที่สุดพร้อมแบบฝึกหัดใช้งานเพื่อช่วยให้คุณฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาค้นพบกันเลย! I. ประโยคปฏิเสธ ภาษาอังกฤษคืออะไร? ประโยคปฏิเสธ ภาษาอังกฤษใช้เพื่อแสดงความหมายที่ตรงกันข้ามกับประโยคยืนยัน แสดงถึงการไม่มี ไม่เกิดขึ้น หรือไม่เป็นความจริงของเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง โครงสร้างประโยคปฏิเสธสร้างขึ้นโดยการใช้คำปฏิเสธ เช่น "not", "no", "never", "none", ร่วมกับองค์ประกอบอื่นๆ ในประโยค ตัวอย่างใหม่: My brother does not play...
ประโยคความซ้อน

ประโยคความซ้อนคืออะไร? มีประเภทของ Complex Sentence อะไรบ้าง?

0
คุณกำลังศึกษาเกี่ยวกับประโยคความซ้อนในภาษาอังกฤษหรือไม่? บทความนี้จะมอบความรู้ที่ครบถ้วนเกี่ยวกับโครงสร้าง, วิธีการใช้, และประเภทของ Complex Sentence ที่พบบ่อย. การเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับประโยคความซ้อนจะช่วยให้คุณสามารถแสดงออกภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น. I. ประโยคความซ้อนในภาษาอังกฤษคืออะไร? ประโยคความซ้อนในภาษาอังกฤษ (Complex sentence) เป็นรูปแบบของประโยคที่มีมาตราอิสระหนึ่งหรือมากกว่า และมาตราที่ขึ้นตรงอย่างน้อยหนึ่งมาตรา. ซึ่งมาตราเหล่านี้ถูกรวมกันด้วยคำสันธานหรือมาตราข้อจำกัด. ในนั้น: มาตราอิสระคือมาตราที่สามารถยืนอยู่คนเดียวเป็นประโยคได้. มาตราที่ขึ้นตรงไม่สามารถยืนอยู่คนเดียวเป็นประโยคได้. ตัวอย่าง: If you study hard, you will pass...
Tense ทั้ง 12

Tense ทั้ง 12 รูปแบบเวลาในภาษาอังกฤษ: คำนิยาม, สูตร, และวิธีการใช้

0
เราจะบอกคุณสูตร, วิธีการใช้, และสัญญาณการรู้จักทั้ง 12 รูปแบบเวลาในภาษาอังกฤษที่ง่ายมากๆ ที่นี่เพื่อช่วยให้คุณคว้าคะแนนสูงได้ในทุกการสอบภาษาอังกฤษ การเรียนรู้และจำกัดความรู้ด้านไวยากรณ์นี้จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคะแนนได้อย่างมากในการทดสอบจริง แล้วความรู้สุดยอดเหล่านั้นคืออะไร, มาดูรายละเอียดในบทความด้านล่างนี้กันเถอะ! I. ปัจจุบันง่าย – Simple Present Tense 1. คำนิยาม ปัจจุบันง่าย (Simple present tense) ใช้เพื่อแสดงความจริงที่ชัดเจนหรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ตามประเพณี, กิจวัตรประจำวัน, หรือความสามารถ 2. สูตรปัจจุบันง่าย ประเภทประโยค สำหรับกริยาทั่วไป สำหรับกริยา "to...
If Clause Type 0

ประโยค If Clause Type 0 (Zero conditional): สูตร, การใช้งาน, แบบฝึกหัด

0
คุณกำลังศึกษาเกี่ยวกับ If Clause Type 0 - หนึ่งในโครงสร้างประโยคเงื่อนไขที่สำคัญในภาษาอังกฤษ? บทความนี้จะให้ความรู้เต็มรูปแบบเกี่ยวกับโครงสร้าง, การใช้งาน และแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ If Clause Type 0 เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างชำนาญในการสื่อสารและการเขียน มาติดตามกันเลย! I. ประโยค If Clause Type 0 คืออะไร? If Clause Type...
Past Perfect Continuous

เรียนรู้รายละเอียด Past Perfect Continuous Tense ในภาษาอังกฤษ

0
คุณกำลังพบปัญหาในการใช้ Past Perfect Continuous ในภาษาอังกฤษหรือไม่? บทความนี้จะให้ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับรูปแบบนี้ ตั้งแต่คำนิยาม โครงสร้าง วิธีการใช้ สัญญาณในการตรวจสอบ ไปจนถึงตัวอย่างและแบบฝึกหัดที่ใช้งานได้ มาค้นพบกันเลยเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของคุณ! I. Past Perfect Continuous คืออะไร? Past Perfect Continuous เป็นรูปเวลาหนึ่งในภาษาอังกฤษที่ใช้แสดงถึงการกระทำที่เริ่มต้นในอดีต ดำเนินต่อเนื่องไปสักระยะหนึ่งและสิ้นสุดลงในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต ตัวอย่างการใช้ Past Perfect Continuous: I...

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

โพสต์ใหม่

10+ โครงสร้างประโยคปฏิเสธภาษาอังกฤษที่ใช้กันทั่วไป

Grammar
Read more