ในบทความนี้เราจะเรียนรู้การกลับคำ (Inversion) ในภาษาอังกฤษ การใช้โครงสร้างต่างๆ พร้อมตัวอย่างและคำอธิบายที่เข้าใจง่าย ทำให้คุณสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจในการสอบ IELTS
I. Inversion คืออะไร?
การกลับคำ (Inversion) คือการเปลี่ยนแปลงลำดับคำในประโยคจากรูปแบบปกติ (Subject + Verb + Object) โดยทั่วไปแล้วจะนำกริยามาไว้ข้างหน้าประธาน เพื่อสร้างความเน้นหรือทำให้ประโยคดูน่าสนใจมากขึ้น
การใช้การกลับคำช่วยให้การสื่อสารในภาษาอังกฤษมีความกระชับและสร้างความแตกต่างในประโยค โดยเฉพาะในการพูดหรือเขียนในเชิงวิชาการ เช่น การสอบ IELTS
II. โครงสร้างการกลับคำที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษ
1. การกลับคำกับคำวิเศษณ์ที่บอกความถี่
สูตร:
[Adverb of Frequency] + [Auxiliary Verb] + [Subject] + [Main Verb] |
การใช้คำวิเศษณ์ที่บอกความถี่ เช่น “never”, “rarely”, “seldom” ที่วางไว้ในจุดเริ่มต้นของประโยคจะทำให้เกิดการกลับคำ
ตัวอย่าง:
- Rarely does she visit her hometown. (เธอแทบจะไม่กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเลย)
- Never have I seen such an amazing performance. (ฉันไม่เคยเห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อน)
2. การกลับคำกับโครงสร้าง No sooner… than = Hardly…When
สูตร:
[No sooner/ Hardly] + [Auxiliary Verb] + [Subject] + [Main Verb] + [than/when] + + S + V (ทันทีที่…ก็…) |
การใช้ “No sooner” หรือ “Hardly” ช่วยเน้นความเร็วในการเกิดเหตุการณ์ ซึ่งการกลับคำทำให้ประโยคดูมีพลังและมีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น
ตัวอย่าง:
- No sooner had I finished my meal than the phone rang. (ทันทีที่ฉันทานอาหารเสร็จ โทรศัพท์ก็โทรเข้ามาทันที)
- Hardly had they entered the room when the lights went off. (พวกเขายังไม่ทันเข้าไปในห้อง ไฟก็ดับแล้ว)
3. การกลับคำกับโครงสร้าง Not only … but also
สูตร:
Not only + [Auxiliary Verb] + [Subject] + [Main Verb], but [Subject] + also + [Main Verb] |
การใช้ “Not only… but also” ช่วยเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกันและทำให้ประโยคมีความหลากหลายมากขึ้น
ตัวอย่าง:
- Not only is he a talented musician, but he is also a great teacher. (เขาไม่เพียงแต่เป็นนักดนตรีที่มีความสามารถ แต่ยังเป็นครูที่ยอดเยี่ยมด้วย)
- Not only did she pass the exam with flying colors, but she also helped her friends prepare. (เธอไม่เพียงแต่สอบผ่านด้วยคะแนนดีเยี่ยม แต่ยังช่วยเพื่อนเตรียมตัวสอบด้วย)
4. การกลับคำกับกลุ่มคำปฏิเสธที่มีคำว่า No
สูตร:
No + [Noun/Pronoun] + [Auxiliary Verb] + [Subject] + [Main Verb] |
คำปฏิเสธที่มีคำว่า “No” เช่น “No one”, “No longer” จะทำให้เกิดการกลับคำในประโยค
ตัวอย่าง:
- No longer will I tolerate such behavior. (ฉันจะไม่ทนกับพฤติกรรมเช่นนี้อีกต่อไป)
- No one has ever complained about the service. (ไม่มีใครเคยบ่นเกี่ยวกับการบริการ)
5. การกลับคำในภาษาอังกฤษกับโครงสร้าง ‘Until/ Till’
สูตร:
Until/Till + [Subject] + [Auxiliary Verb] + [Main Verb]
การใช้ “Until” หรือ “Till” ที่วางไว้ในจุดเริ่มต้นของประโยคทำให้เกิดการกลับคำเพื่อเน้นย้ำเวลา
ตัวอย่าง:
- Until the work is completed, I will not leave. (จนกว่างานจะเสร็จ ฉันจะไม่ออกจากที่นี่)
- Till the sun sets, we will continue working. (จนกว่าแดดจะตก เราจะทำงานต่อไป)
6. สูตรการกลับคำกับ So that และ Such that
สูตร:
So + [Adjective/Adverb] + [Auxiliary Verb] + [Subject] + [Main Verb] + [that] + [Result Clause] Such + [Noun] + [Auxiliary Verb] + [Subject] + [Main Verb] + [that] + [Result Clause] |
การใช้ So that หรือ Such that เพื่อเน้นผลลัพธ์ของการกระทำ โดยใช้การกลับคำเพื่อเพิ่มความเน้น
ตัวอย่าง:
- So carefully did she plan the event that everything went smoothly. (เธอวางแผนงานอย่างระมัดระวังจนทุกอย่างราบรื่น)
- Such was his determination that he succeeded against all odds. (ความมุ่งมั่นของเขามากจนเขาประสบความสำเร็จได้แม้จะเผชิญกับอุปสรรคทั้งหมด)
7. โครงสร้างการกลับคำกับประโยคเงื่อนไข If
ในภาษาอังกฤษ ประโยคเงื่อนไข (Conditional Sentences) ใช้เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือผลลัพธ์ที่อาจจะตามมาจากการกระทำหรือสถานการณ์บางอย่าง ซึ่งการใช้การกลับคำ (inversion) ในประโยคเงื่อนไขสามารถช่วยให้ประโยคดูเป็นทางการหรือเพิ่มความเน้นย้ำได้ โดยเฉพาะในประโยคเงื่อนไขที่ไม่มี “If” (หรือ “Inversion” với “If”).
1. ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 (First Conditional)
ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 1 ใช้เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากมีเงื่อนไขบางอย่างเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต
สูตร (ปกติ):
If + [Present Simple], [Will + Verb]
เมื่อประโยคมีการกลับคำ จะไม่มีคำว่า “If” แต่จะใช้ “Should” แทนเพื่อสร้างการกลับคำ:
สูตร (การกลับคำ):
[Should] + [Subject] + [Verb], [Main Clause]
ตัวอย่าง:
- ปกติ: If it rains tomorrow, I will stay at home.
การกลับคำ: Should it rain tomorrow, I will stay at home. (ถ้าฝนตกพรุ่งนี้ ฉันจะอยู่บ้าน) - ปกติ: If you study hard, you will pass the exam.
การกลับคำ: Should you study hard, you will pass the exam. (ถ้าคุณตั้งใจเรียน คุณจะสอบผ่าน)
การใช้ “Should” ในประโยคจะทำให้ประโยคดูทางการและเน้นย้ำเงื่อนไขที่อาจจะเกิดขึ้น
2. ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 (Second Conditional)
ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 ใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เป็นไปได้แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออนาคต เช่น เหตุการณ์ที่เป็นไปได้แต่ต้องการการสมมติ
สูตร (ปกติ):
If + [Past Simple], [Would + Verb]
เมื่อใช้การกลับคำในประโยคนี้ จะใช้ “Were” แทน “If” เพื่อเพิ่มความเป็นทางการ
สูตร (การกลับคำ):
[Were] + [Subject] + [Verb], [Main Clause]
ตัวอย่าง:
- ปกติ: If I were you, I would accept the offer.
การกลับคำ: Were I you, I would accept the offer. (ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะรับข้อเสนอนั้น) - ปกติ: If she knew the answer, she would tell you.
การกลับคำ: Were she to know the answer, she would tell you. (ถ้าเธอรู้คำตอบ เธอก็จะบอกคุณ)
การใช้ “Were” ในการกลับคำช่วยทำให้ประโยคดูมีความเป็นทางการและกระชับยิ่งขึ้น
3. ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 (Third Conditional)
ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ใช้เพื่อแสดงเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้แล้วในอดีต เพราะเงื่อนไขไม่ได้เกิดขึ้นในตอนนั้น
สูตร (ปกติ):
If + [Past Perfect], [Would have + Past Participle]
การกลับคำในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ใช้ “Had” แทน “If” เพื่อแสดงความเป็นทางการ
สูตร (การกลับคำ):
[Had] + [Subject] + [Past Participle], [Main Clause]
ตัวอย่าง:
- ปกติ: If I had known about the meeting, I would have attended.
การกลับคำ: Had I known about the meeting, I would have attended. (ถ้าฉันรู้เรื่องการประชุม ฉันคงจะไปร่วม) - ปกติ: If they had left earlier, they would have caught the train.
การกลับคำ: Had they left earlier, they would have caught the train. (ถ้าพวกเขาออกก่อนหน้านี้ พวกเขาก็คงจะทันรถไฟ)
การใช้ “Had” ในประโยคเงื่อนไขแบบที่ 3 ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประโยคดูทางการ แต่ยังทำให้การแสดงผลลัพธ์จากเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นดูชัดเจนยิ่งขึ้น
การกลับคำ (Inversion) เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำให้ประโยคในภาษาอังกฤษดูมีความหลากหลายและเน้นย้ำความสำคัญของส่วนต่างๆ ในประโยค การเข้าใจและใช้การกลับคำในโครงสร้างต่างๆ อย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการพูดและเขียนภาษาอังกฤษ รวมถึงการสอบ IELTS ด้วย
การฝึกฝนโครงสร้างการกลับคำที่กล่าวถึงในบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างประโยคที่มีพลังและน่าสนใจมากขึ้น อย่าลืมใช้มันในการสื่อสารทุกวันเพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วในการใช้ภาษาอังกฤษ!